ตา

 

ดวงตา

1. กุ้งยิง

กุ้งยิง คือ การอักเสบมีการติดเชื้อของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันบริเวณโคนขนตา สาเหตุเกิดจากฝุ่นละอองหรือน้ำที่ไม่สะอาดเข้าตา หรือ มือของผู้ป่วยจับต้อง หรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกแล้วเอามือมาเช็ดหรือขยี้ตา

โรคตากุ้งยิง

กุ้งยิงแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. ชนิดอักเสบรุนแรง เกิดจากการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย มีอาการเปลือกตาจะบวมแดง ปวดและกดเจ็บ และเป็นตุ่มฝี 2-3 วันต่อมาก็จะเห็นเป็นจุดหนองและแตกออก ตุ่มนั้นก็จึงค่อยๆยุบหายไป ในบางรายก็อาจจะกลับเป็นใหม่อีกหรือเกิดขึ้นกับตาอีกข้าง การรักษา ในระยะแรกที่เป็นก้อนแดงยังไม่เป็นจุดหนอง ใช้แต่ยาปฏิชีวนะหยอดหรือป้ายตา ร่วมกับการรับประทานยาปฏิชีวนะ การใช้ยาดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งถ้าเป็นจุดหนองต้องผ่าเจาะเอาหนองออกจึงจะหาย

2. ชนิดเรื้อรัง ไม่มีอาการบวมหรือกดเจ็บ แต่จะพบเป็นตุ่มหรือไตแข็งๆขนาดเล็กหรือใหญ่ มองเห็นเป็นก้อนที่หนังตา คลำได้เป็นก้อนแข็ง เมื่อพลิกดูหนังตาด้านในบริเวณฯนั้น จะเห็นลักษณะของการอักเสบเรื้อรังเป็นหย่อมแดงจัดการรักษา รักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาและใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ ถ้าเป็นก้อนขนาดใหญ่ต้องผ่าเอาหนองออกทางด้านในและขูดเอาเมือกและถุงน้ำออกให้หมดจึงจะหายขาด

การป้องกัน
1. ระวังอย่าให้ฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนที่จะแตะต้องที่ตา
2. อย่าใช้สายตาหักโหมเกินไปควรพักผ่อนให้เพียงพอเมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือเพลียนัยน์ตารวมทั้งการใช้แสงไฟให้สว่างเพียงพอ
3. ถ้าเกิดการอักเสบซ้ำบ่อยๆควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาให้ถูกวิธี
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบส่วนทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีความต้านทานโรค
5. ถ้ามีปัญหาโรคหรือสุขภาพร่างกายก็ควรได้รับการตรวจรักษา เพื่อไม่ให้ร่างกายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

ขนานที่ 1
กุ้งยิงเป็นฝีชนิดหนึ่ง เวลาเป็น ให้เอาหม้อต้มน้ำให้เดือดแล้วยกลงจากเตา เอาผ้าขาวมาคลุมหัวกับหม้อน้ำไว้ ลืมตารมไอน้ำจนหมดไอ กะระยะให้พอดี อย่าให้ตาร้อนเกินไป ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึก ปวดหรือเคืองตาวันละ 4 ครั้งทำแล้วตาจะรู้สึกหายเจ็บปวดและหัวกุ้งยิงจะค่อยๆ ยุบไป

ขนานที่ 2
ใช้ยอดตำลึงเขี่ยที่เป็นกุ้งยิงให้ยางตำลึงติดอยู่ ทำวันละ 3 ครั้ง กุ้งยิงจะยุบลง

ขนานที่ 3
ถ้าเริ่มเป็นใช้เนื้อขมิ้นอ้อยเขี่ยและลูบตรงที่เป็นหัว กุ้งยิงจะยุบทันที


2. ต้อ

ตาต้อ

คนเราเมื่อเฒ่าชะแรแก่ชรา อายุล่วงเข้าสู่บั้นปลายแห่งชีวิต สภาวะหนึ่งที่หนีไม่พ้นคือ สายตาฝ้าฟางและมืดมัวลง โรคที่เป็นตัวการที่รู้จักกันดีโรคหนึ่งคือ โรคตาต้อ

ตาต้อคืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้คำนิยามว่า ตาต้อ คือ โรคอย่างหนึ่ง เกิดที่ลูกตา ทำให้ตาพิการมองอะไรไม่เห็นชัดเจน หรืออาจทำให้ตาบอดได้ และยังให้อรรถาธิบายต่อไปด้วยว่า โรคตาต้อมีหลายชนิด ได้แก่ ต้อกระจก (Cataract), ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา (Pterygium), ต้อลำไย (Leukoma cornea) ,และต้อหิน (Glaucoma)

ต้อกระจก
เป็นต้อที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงวัยไม่เลือกว่าชายหรือหญิง ผู้ที่เป็นต้อกระจกสายตาจะค่อยๆ มืดมัวลงเนื่องจากเลนส์แก้วตาขุ่นฝ้าลงเรื่อยๆ บดบังแสงสว่างไม่ให้เข้าไปถึงจอตาหรือเรตินาได้เต็มที่ ภาพที่เห็นจึงมัวลงคล้ายมองผ่านหมอก ถ้าแสงสว่างมากก็จะพร่ามองดูดวงไฟเห็นรัศมีพวยพุ่ง ดูเปลวเทียนเห็นคล้ายมีหลายเปลว สาเหตุใหญ่ก็คือ อายุการใช้งานของเลนส์แก้วตานั่นเอง ลองคิดดูง่ายๆ ก็เหมือนพลาสติกใสที่นานไปก็ขุ่นมัวลง บางคนเลนส์อาจขุ่นเร็วกว่าคนอื่น เนื่องจากมีสาเหตุเสริมคือ มีโรคเบาหวานด้วย หนุ่มสาวก็อาจเป็นต้อกระจกได้ ส่วนมากมักเกิดขึ้น ภายหลังอุบัติเหตุเกิดการกระทบกระเทือนอย่างแรงต่อดวงตา เช่น อุบัติเหตุรถชนกัน

ตามปกติต้อกระจกมักเริ่มเป็นเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน บางรายอาการเป็นไปอย่างช้าๆ เป็นหลายปี ก็ยังไม่มัวเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นโรคเบาหวานต้อกระจกก็จะเป็นไวขึ้น ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเข้าเลนส์แก้วตา จะขุ่นขาวจนมองเห็นได้ ชาวบ้านเรียกว่า “ต้อสุก” ถ้าไม่สนใจรักษาก็อาจเกิดโรคแทรกซ้อนคือ ต้อหินประสาทตาเสียจนกลายเป็นตาบอดอย่างถาวรไป

การผ่าตัดรักษาต้อกระจกที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนสมัยนี้ทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เมื่อก่อนนี้การผ่าตัดต้อกระจกเป็นเรื่องใหญ่ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นหลายสัปดาห์ หลังการผ่าตัดห้ามผู้ป่วยขยับตัว ต้องนอนนิ่งๆ หลายชั่วโมงกว่าจะพลิกตัวได้ แต่ก็ยังห้ามลุกขึ้นจากเตียง จะทำธุระส่วนตัวไม่ว่าเบาว่าหนักต้องทำบนเตียงหมด เป็นเวลา 2 วัน ท้องอืดคลื่นไส้ก็ต้องทน ผิดกว่าสมัยนี้ที่วิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวไกล นอนพักวันเดียวก็กลับบ้านได้ บางคนที่ใจกล้าผ่าตัดเสร็จรอเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ปร๋อกลับบ้านไปแล้ว

สมัยก่อนเมื่อผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาออกแล้วก็ต้องสวมแว่นตาหนาเปอะหนักอึ้ง แต่สมัยนี้มีเลนส์เทียมอันเล็กจิ๋วสอดใส่เข้าไปในแคบซูลเลย เลนส์เทียมแรกเริ่มที่มีออกใช้ราคาแพงมาก ชิ้นละหลายหมื่นบาท แต่เดี๋ยวนี้ถูกลงมากและคุณภาพก็ดีกว่าการผ่าตัดเอาเลนส์ที่ขุ่นมัวออก ก็มีเครื่องมือทันสมัยไม่ต้องกรีดให้เป็นแผลกว้างมาก เปิดเข้าไปนิดเดียวแล้วใช้เครื่องอุปกรณ์ ส่งเสียงความถี่สูงหรือเสียงเหนือโสตเข้าไปสลายเลนส์แก้วตาที่ขุ่นมัวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วดูดออก หลังจากนั้นก็สอดใส่เลนส์เทียมเข้าไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรือกว่านั้นเล็กน้อย ก็เรียบร้อย สะดวกทั้งแพทย์และผู้ป่วย ใครที่เคยกลัวการผ่าตัดจึงไม่ต้องวิตกอีกต่อไป รีบไปรับการผ่าตัดเสียแต่เนิ่นๆ จะได้มองอะไรต่ออะไร ได้แจ่มแจ๋วเหมือนเมื่อสมัยก่อน

ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา
เป็นโรคต้อที่เกิดเนื่องจากเยื่อตางอกจากด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านของลูกตาด้านข้าง ล้ำเข้าไปยังกระจกตา (Cornea) ต้อชนิดนี้ไม่สู้รุนแรงแต่ก่อความระคายเคือง ชาวบ้านเรียกว่า “ตาลม” เมื่อตอนแรกเริ่มเป็นเพราะเมื่อถูกลมเข้าจะรู้สึกแสบและระคายเคืองตา ต้อชนิดนี้พบเป็นบ่อย ในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ตาถูกลมและฝุ่นละอองบ่อย เช่น ในกรรมกรก่อสร้าง เนื้อเยื่อจากมุมลูกตา จะงอกลุกลามเข้าไปหาส่วนกลางคืนกระจกตา ถ้ารุกล้ำเข้าไปจนบังรูม่านตา (Iris) ก็จะรบกวนต่อการมองเห็น
ในจำพวกต้อของตา ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมารักษาหรือบำบัดได้ง่ายที่สุด โดยการลอกออก ไม่ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลเมื่อลอกออกแล้วแพทย์ก็จะจี้ด้วยยป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่องอกออกไปอีก

ต้อลำไย
เป็นโรคตาที่เกิดเนื่องจากกระจกตาขุ่นมัวแสงผ่านไม่ได้ เรียกว่า Leukoma cornea สาเหตุของต้อลำไย มักมาจากการอักเสบของกระจกตา (Keratitis) อาจเนื่องจากอุบัติภัยหรือโรคติดเชื้อ แต่ก่อนนี้พบบ่อยคือ การอักเสบจากแผลซิฟิลิส จนกระจกตาขุ่นขาว มองดูคล้ายเนื้อลำไย จึงได้ชื่อว่า ต้อลำไย ตาข้างนั้นก็บอดไป แต่ถ้าประสาทตายังไม่เสียและหากระจกตามาเปลี่ยนได้ก็สามารถมองเห็นได้ กระจกตาที่นำมาเปลี่ยน จำเป็นต้องได้มาจากผู้อุทิศดวงตาภายหลังสิ้นชีวิต ซึ่งยังมีไม่พอกับความต้องการของผู้ป่วย การอุทิศดวงตาภายหลังสิ้นชีวิตจึงเป็นการทำกุศลที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง

ต้อหิน
เป็นโรคตาที่เกิดเนื่องจากความดันในลูกตาสูง กดดันต่อประสาทตา ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ประสาทตาก็จะเสียเป็นเหตุให้ตาบอด ที่เรียกว่าต้อหินเพราะผู้ที่เป็นโรคนี้ลูกตาจะแข็ง เมื่อกดจะรู้สึกคล้ายกดลูกหิน ต้อหินเกิดในผู้สูงวัยมากกว่าหนุ่มสาว ต้นเหตุเกิดจากการถ่ายเทน้ำ หรือของเหลวในลูกตาขัดข้อง ไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างแรง สายตาฝ้าฟางเมื่อมองดูดวงไฟจะเห็นคล้ายวงรัศมีสีรุ้งล้อมรอบเหมือนพระจันทร์ทรงกลด สาเหตุของต้อหินอาจเนื่องจากมุมของลูกตาแคบหรือกว้างผิดปกติ อาจเกิดจากการใช้ยาหยอดตา บางอย่างบ่อยเกินไป เช่น ยาหยอดตาที่ผสมสเตียรอยด์ หรือใช้ยาหยอดขยายม่านตา ด้วยความมุ่งหมายให้ม่านตาขยายทำให้ตาหวานคมก็ทำให้เกิดโรคต้อหินได้

อาการปวดศีรษะจากต้อหินรุนแรงมาก ยาแก้ปวดที่ใช้กันธรรมดาไม่ได้ผล แม้แต่ยาแก้ปวด ประเภทอนุพันธุ์ของฝิ่นก็ระงับได้เพียงชั่วคราว การรักษาต้องลดความดันในลูกตาลง ในระยะเริ่มแรก ใช้ยาจำพวก Acetazolamide ซึ่งเป็นยาขับน้ำถ้าเป็นมากก็ต้องใช้การผ่าตัดระบายความดันในลูกตา

นัยน์ตาเป็นอวัยวะที่ควรต้องหวงแหนและรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี แต่บางคนกลับไม่ค่อยสนใจ เป็นอะไรก็ปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้รักษา ทำให้ต้องเสียการมองเห็นไปโดยไม่สมควร ผู้ป่วยสูงอายุหลายคน ที่เคยพบทั้งรู้ๆ ว่าเป็นต้อกระจกและยังรักษาได้ก็ไม่ยอมรักษาปล่อยไว้จนประสาทตาเสื่อม อ้างว่าไม่มีเงินบ้าง ทั้งๆ ที่ลูกหลาน ยินดีช่วยเหลือออกค่าใช้จ่ายให้ บ้างก็ว่าแก่แล้ว ตาไม่เห็นก็ไม่เป็นไร บางคนก็กลัวการผ่าตัด คิดดูแล้วไม่สมเหตุผลต่อการที่ต้องเสียการมองเห็นอันเป็นสัมผัสที่สำคัญอย่างหนึ่งไป

ขนานที่ 1
เอาดอกมะลิลา 1 กำมือ ตำให้ละเอียดผสมพิมเสนแท้ 2 เกล็ด คั้นเอาน้ำหยอดตาวันละ 4-5 ครั้ง (ดอกมะลิควรใช้ที่ปลูกเอง อย่าซื้อ เพราะที่เขาปลูกอาจมียาฆ่าแมลงเป็นอันตรายได้)

ขนานที่ 2
เอาต้นอัญชันดอกขาวทั้ง 5 ต้มพอเดือดเอาไอน้ำมารมตา ก่อนจะโรยตาให้โรยพิมเสนอย่างดี สัก 4-5 เกล็ด ลงไปในหม้อก่อนแล้วค่อยๆ เปิดฝาหม้อให้ควันรมตาทีละน้อย ทำวันละ 1 ครั้ง ยาหม้อหนึ่งใช้ได้ 3 วัน ทำติดต่อกันราว 1-2 เดือน


3. ป้องกันตาเป็นต้อ

เอาดอกมะลิลาลอยน้ำในขัน 1 คืน เอาน้ำมาล้างหน้าล้างตา เป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคต้อได้


4. ปวดตา

รู้สึกตาช้ำทั้งๆ ที่ไม่ได้โดนอะไร มักเกิดจากอ่านหนังสือย้อนแสงหรืออ่านในที่มีแสงไม่พอ ให้เปลี่ยนที่อ่านหนังสือ


5. ตาอักเสบจากไม้หรือของแข็งดีดเข้าตา

ขนานที่ 1
เอาถุงพลาสติกเล็กๆ ใส่น้ำและน้ำแข็งท่อนห่อด้วยผ้าหนาๆ ประคบที่ตา น้ำแข็งอย่าใส่มากไป เพราะ ก้อนน้ำแข็งจะไปกดตา และอย่าใช้น้ำมากเพราะน้ำจะกดตาเช่นเดียวกัน ประคบจนน้ำหายเย็นทำบ่อยๆ หรือทุกๆ 1-2 ชั่วโมงในวันแรก หลังจากนั้นทำวันละ 3-4 ครั้ง

ขนานที่ 2
เอาหัวขมิ้นอ้อยตรงที่เป็นแท่งกลางใหญ่ๆ มาตัดให้เป็นท่อนยาวๆ ขุดตรงกลางของด้านที่เล็กกว่าให้ เป็นหลุมลึกลงไป เอาน้ำนมคนใส่ลงไปในหลุมนั้นให้เต็มนำไปนึ่งให้ร้อน ทิ้งให้เย็นเอาน้ำนมที่มีสีเหลือง จากขมิ้นอ้อยหยอดตาวันละ 3-4 ครั้ง

ขนานที่ 3
เอาวุ้นว่านหางจระเข้ล้างยางออกให้หมดปิดเปลือกตา

ขนานที่ 4
เอาขมิ้นผงโรยไปบนถ่านไฟก้อนใหญ่ที่กำลังแดงๆ ให้มีควันขมิ้นลอดขึ้นมา ให้ผู้ป่วยลืมตารมควันขมิ้นวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น


6. แสบตาเนื่องจากถูกแสงจ้ามากเกินไป

ขนานที่ 1
เอาสำลีสะอาดๆ มา 2 ก้อน ชุบน้ำฝนหรือน้ำเย็นพอหมาดๆ แล้วนอนหลับตา เอาสำลีที่ชุบแล้วมาประคบ ลงบนเปลือกตาทั้งสอง น้ำยิ่งเย็นมากยิ่งดี ชุบน้ำใหม่เมื่อสำลีหายเย็นแล้วนอนพักสักครู่ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสบายขึ้น
ขนานที่ 2
เอาแตงกว่าดิบๆ ลูกประมาณไข่เป็ด ใช้มีดฝานตามยาวของลูกให้โค้งเหมือนรูปปากถ้วย ล้างตาแล้วนำ ส่วนที่โค้งมาคว่ำไว้บนเปลือกตาข้างที่เจ็บสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ยิ่งนานยิ่งดี แล้วนอนพักสักครู่ตื่นขึ้นมาจะ รู้สึกสบายขึ้น


7. ตาอักเสบเนื่องจากโดนลมหรือแดดมาก

ให้ต้มน้ำชาจีนแก่ๆ ทิ้งไว้จนเย็นสนิทใช้สำลีชุบน้ำยานี้ปิดตาไว้สักครู่ จะคลายอักเสบลงได้


8. ของแข็งเข้าตา

เอาน้ำมันละหุ่ง ใช้หยอดตาครั้งละ 2 หยด เมื่อเวลาของแข็งเข้าตา เช่นทราย กรวด หิน ผงเหล็ก กันมิให้บาดตาแล้วรีบเอาของที่เข้าตาออก


9. ตาแดง

ขนานที่ 1
เอาผักบุ้งสด 1 ต้น ล้างน้ำให้สะอาดตำในครกสะอาดให้ละเอียด คั้นน้ำใส่ถ้วยไว้ใช้หยอดตาทั้งสองข้าง (ถึงแดงข้างเดียวก็ต้องหยอดทั้งสองข้าง)

ขนานที่ 2
เอาน้ำเมือกว่านหางจระเข้หยอดตาบ่อยๆ หรือวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน (คนที่แพ้ห้ามหยอด)

ขนานที่ 3
เอาผ้าชุบน้ำอุ่นค่อนข้างร้อน บิดพอหมาดๆ วางทับหนังตาเอาไว้จนผ้าหายอุ่น แล้วจึงทำใหม่อีกที ทำ เช่นนี้ทุกครั้งที่ปวดตาหรือเคืองตา หรือวันละ 4 ครั้ง

ขนานที่ 4
เอาสารส้มสะตุใหม่ๆ โดยใช้สารส้มก้อนขนาดเท่าเม็ดมะขามใหญ่ๆ 1 ก้อนเอาไปสะตุแล้วละลายน้ำสุก ที่เพิ่งเย็น ละลายเข้าด้วยกันแล้วหยอดตา แก้ตาแดง ตาเจ็บ เยื่อตาเป็นแผล หยอดวันละ 3-4 ครั้งเช้าและก่อนนอน ยานี้ไม่ควรใช้ข้ามวัน

ขนานที่ 5
เอาขมิ้นผง 1 ช้อนแกง (ใช้ช้อนแกงแบบช้อนสังกะสีตักผงขมิ้นแล้วใช้มือปาดผงขมิ้นที่ล้นออกต้มกับน้ำ 2 แก้ว ต้มจนเหลือน้ำ 1 แก้ว ใช้น้ำยานี้ล้างตาและหยอดตาวันละ 3-4 ครั้ง เช้าและก่อนนอนยานี้ห้าม ใช้ข้ามวัน

ขนานที่ 6
เอาแก่นฝานหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดสัก 5-10 นาที ใส่พิมเสนลงไปสักเล็กน้อย (ใส่จนพิมเสนไม่ละลาย) เอาน้ำยาที่ได้ใช้ล้างตาและหยอดตาวันละ 3-4 ครั้งเช้าและก่อนนอน ห้ามใช้ยาข้ามวัน

ขนานที่ 7
เอาชาจีนชงด้วยน้ำเดือดให้แก่ๆ แล้วรมตาด้วยน้ำชาจนหมดไอ ทำวันละ 3-4 ครั้งเช้าและก่อนนอน

ขนานที่ 8
เอาหัวขมิ้นอ้อยตรงที่เป็นแท่งกลางใหญ่ๆ มาตัดให้เป็นท่อนยาวๆ ขุดตรงกลางของด้านที่เล็กกว่าให้ เป็นหลุมลึกลงไป เอาน้ำนมคนใส่ลงไปในหลุมนั้นให้เต็มนำไปนึ่งให้ร้อน ทิ้งให้เย็นเอาน้ำนมที่มีสีเหลือง จากขมิ้นอ้อยหยอดตาวันละ 3-4 ครั้ง


10. ตาแดงในเด็กเล็ก

ใช้น้ำนมหยอดตา ให้ไปขอน้ำนมหญิงแม่ลูกอ่อน จับตัวเด็กนอนบนตัก หงายหน้าให้หญิงบีบเต้า ให้น้ำนม หยดใส่นัยน์ตาข้างละหนึ่งหยดหรือสองหยด วันละ 2 ครั้ง วันเดียวหรือสองวันก็หาย (ต้องบีบออกจากเต้าโดยตรงจะได้สะอาด)


11. ตาบอดกลางคืน

เกิดเพราะขาดไวตามินเอ ให้กินผักบุ้งหรือตับสัตว์หรืออาหารที่มีไวตามินเอมากๆ เช่น มะละกอ ข้าวโพด


12. น้ำตาไหลมาก

เอาสารส้มสะตุใหม่ๆ โดยใช้สารส้มก้อนขนาดเท่าเม็ดมะขามใหญ่ๆ 1 ก้อนเอาไปสะตุแล้วละลายน้ำสุก ที่เพิ่งเย็น ละลายเข้าด้วยกันแล้วหยอดตา แก้ตาแดง ตาเจ็บ เยื่อตาเป็นแผล หยอดวันละ 3-4 ครั้งเช้าและก่อนนอน ยานี้ไม่ควรใช้ข้ามวัน


13. คันตา

ถ้าคันตาเฉยๆ โดยตาไม่แดง ไม่มีขี้ตา ตาไม่ปวด ไม่โดนกระทบกระเทือน แสดงว่าตาแพ้อะไร อย่างหนึ่ง เช่น สบู่ที่ใช้ ควันไฟ ให้หลีกเลี่ยงเสีย


14. เกล็ดกระดี่ขึ้นตา
เกิดจากขาดวิตามินเออย่างรุนแรง ให้กินตับสัตว์มากๆ และให้ถ่ายพยาธิด้วย หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้ ตาเสีย
(1) อย่าดูโทรทัศน์ในห้องมืด ถ้าดูในห้องมืดแสงโทรทัศน์จะจ้าไป ทำลายดวงตาได้
(2) อย่าอ่านหนังสือย้อนแสง
(3) อย่าอ่านหนังสือในที่ที่แสงไม่พอ
(4) อย่าอ่านหนังสือบนรถ